พระสหายแห่งสายบุรี

posted on 03 Jan 2010 17:26 by mybeautifulworld in MyKing

 

 ได้รับ e-mail ที่ forward ต่อๆ กันมา  เกี่ยวกับพระสหายแห่งสายบุรี แล้วรู้สึกว่า " ปู่วาเด็ง" น่ารักจัง  เคยได้อ่านเรื่องของปู่วาเด็งหลายครั้ง จากหนังสือพิมพ์บ้าง ได้ดูจากทีวีบ้าง  ทุกครั้งที่ได้รู้ข่าวของปู่ รู้สึกว่าปลี้มใจและตี้นตันไปกับปู่ด้วย  เลยอยากแบ่งปันเรื่องราวน่ารักๆ ของปู่ให้แก่คนอื่นๆ ด้วย

ขอบคุณ :  ต้องขอขอบคุณผู้ที่ Forward e-mail ฉบับนี้ต่อๆ กันมาให้ นะคะ

พระสหายแห่งสายบุรี ... น้ำตาแห่งความภักดี .... ไม่เคยเหือดแห้ง ...

 

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาข้าพเจ้าเปิดทีวีผ่านไปที่ช่องทีวีไทยโดยบังเอิญ  เป็นความบังเอิญที่ทำให้ต้องหยุดดูจนจบรายการ  รายการนั้นชื่อว่า ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย (ถ้าจำไม่ผิด)  เป็นตอนที่นำเสนอ เรื่องราวของบุคคลผู้หนึ่ง  ที่เราได้ยินชื่อและรู้จักท่านมานาน  คุณปู่วาเต็ง ปูเต๊ะ  ผู้ที่เป็น " พระสหายแห่งสายบุรี " ชายชราชาวมุสลิมที่มีความจงรักภักดีต่อในหลวงไม่เสื่อมคลาย

ข้าพเจ้าหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปคุณปู่ผ่านหน้าจอทีวี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำเช่นนี้ 

คุณปู่เดินทางจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  มาโรงพยาบาลศิริราช ด้วยเหตุผลเดียวกันกับคนไทยอีกหลายล้านคนที่ไปที่นั่นเพื่อ " ลงนามถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร "

คุณปู่เลือกชุดที่ดีที่สุดที่เก็บรักษาไว้และด้วยเงิน 1,700 บาท ที่ติดตัวมา คุณปู่ยังแวะ ลงกลางทางเพื่อหาซื้อรองเท้าคู่ใหม่ แทนคู่เก่าที่ใช้มาหลายปี เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า ซึ่งคุณปู่ก็ได้ไปสั่งตัดเสื้อผ้าชุดใหม่แถมยังไปนั่งเฝ้าอยู่ที่ร้านหลายวัน ด้วยกลัวจะตัดเสร็จไม่ทันวันเดินทาง  คุณปู่บอกว่า " เพื่อให้พระองค์เห็นวาเต็งแต่งกายเรียบร้อย ไม่อายคนที่ได้เป็นสหายแห่งสายบุรี "

อีกครั้งทันที่ที่ทราบข่าวพระอาการประชวรของในหลวง  คุณปู่อยากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อมีโอกาส รอยยิ้มบนใบหน้าของชายชราผู้จงรักภักดีก็ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตี้นตันใจไปด้วย

      

ทางรายการถามว่า " ทำไมเวลาคุณปู่พูดถึงในหลวงถึงน้ำตาซึม " คุณปู่วาเต็งเงียบไปครู่หนึ่งน้ำตารื้นๆ ที่ขอบตาอีกครั้ง  คุณปู่พูดเบาๆ ว่า " ตี้นตัน "  ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงตัวเอง และคนไทยอีกหลายๆ คน ที่เวลาพูดถึงพระองค์อดไม่ได้ที่จะต้องน้ำตาซึม  จะมีใครสักกี่คนในโลกใบนี้หนอที่เมื่อเรานึกถึงจะทำให้เราปลาบปลื้มและตี้นตันจนเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ นึกๆ แล้ว นอกจากพ่อแม่ก็เห็นจะไม่มี

ทางรายการถามต่อไปว่า " ถ้าขอได้ อยากขอให้คนไทยทำอะไรเพื่อในหลวง "  คุณปู่ตอบว่า " เราไม่สามารถขอให้ทุกคนทำอะไรเพื่อในหลวงได้  แต่อยากให้ทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม อย่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว " และคำพูดจากหัวใจของชายชราผู้ภักดีคนนี้ที่บอกเล่าถึงสิ่งที่เขารู้สึก " ผมไม่สามารถขอให้คนไทยทุกคนรักในหลวงอย่างที่ผมรัก  แต่ผมรักในหลวงหมดหัวใจ  ผมทำทุกอย่างเพื่อพระองค์ท่านได้ " คำพูดจากปากของชายชราผู้หนึ่ง ที่แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด หากจะยังก้องสะท้อนอยู่ในหัวใจไปอีกตราบนานเท่านาน

ข้าพเจ้าเชื่อว่ายังมีคนไทยอีกหลายล้านคนที่รักและภักดีต่อพระองค์ท่าน "ในหลวงพระผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย"

 

...............................................................

 

ประวัติ

วาเต็ง ปูเต๊ะ หรือ " เป๊าะเต็ง " หรือที่รู้จักกันในนาม " พระสหายสายบุรี "

ย้อนไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2535 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปโครงการพัฒนาพรุแฆ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงทำให้เป๊าะเต็ง และ พสกนิกรในพื้นที่ทุกคนพ้นจากความทุกข์ยากในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

นอกจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว การทูลเกล้าฯ ถวายข้อมูลในพื้นที่และที่ดินผืนหนึ่งเพื่อทำโครงการพระราชดำริจึงทำให้เป๊าะเต็งได้กลายมาเป็น "พระสหาย" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตที่น้อยคนจะได้รับ

วันนั้นเป๊าะกำลับทำสวนอยู่กับภรรยา คุณหญิงคนหนึ่งมาบอกว่า " ในหลวง" ต้องการพบตัวแต่ภรรยาไม่กล้าไปพบ จนกระทั่งเป๊าะเลี้ยงโคกลับมาก็มีตำรวจมาตามอีกเป็นครั้งที่สอง  เป๊าะตกใจมากว่าตำรวจมาตามเรื่องอะไรเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด  จนกระทั่งสื่อสารกันเข้าใจว่าในหลวงต้องการสร้างฝายกั้นน้ำกคลองน้ำจืดบ้านทุ่งเด็จ ต.แป้น อ.สายบุรี เพื่อช่วยเหลือเรื่องแหล่งน้ำแก่ชาวบ้านในการทำเกษตร เป๊าะจึงกล้าไปพบ

แต่ตอนนั้นเป๊าะยังไม่ค่อยเชื่อว่าพระองค์จะเข้ามาอยู่ในป่าในเขาแบบนี้  จึงคิดว่าคนที่มาบอกโกหก  ขนาดพบพระองค์แล้วเป๊าะก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นในหลวงจริงหรือเปล่า  จึงแอบหยิบเงินใบละ 100 กับใบละ 20 บาท ขี้นมาดูจึงแน่ใจว่าเป็นพระองค์เสด็จฯ มาจริงๆ

ตอนแรกที่พบในหลวงเป๊าะ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆ เพราะตอนนั้นนุ่งโสร่งตัวเดียว เสื้อก็ไม่ได้ใส่ด้วย แต่พอเข้าไปใกล้ๆ ในหลวงก็ตรัสเป็นภาษามลายูว่า จะสร้างคลองชลประทานให้  หลังจากนั้นในหลวงท่านทรงสอบถามเส้นทางการขุดคลอง และข้อมูลในพื้นที่อื้นๆ พระองค์ยังตรัสชมว่าวาเต็งเป็นคนรู้พื้นที่จริง

วันรุ่งขึ้นข้าราชการที่มารับเสร็จก็ต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน เมื่อพระองค์ทรงรับสั่งให้เป๊าะพายเรือให้พระองค์เพื่อทำการสำรวจคลองสายทุ่งเค็จ พระองค์มีพระราชดำรัสถาม พร้อมเปิดแผนที่เพื่อให้รู้ว่าจะสร้างแหล่งชลประทานอย่างไร ตอนพายเรืออยู่ในหลวงตรัสด้วยว่า " ให้วาเต็งทำตัวให้สบาย มีอะไรที่ชาวบ้านเดือนร้อนก็ให้เล่ามาตามจริง " ในหลวงคงจะทรงลองใจเป๊าะจึงตรัสถามขอที่ดิน เพื่อทำโครงการพระราชดำริ ด้วยความปลาบปลี้ม เป๊าะจึงขอยกที่ดินถวายให้พระองค์ทันที ในหลวงจึงแย้มพระสรวล และมีพระราชดำรัสว่าให้เป๊าะเป็นพระสหาย ตั้งแต่บัดนั้น ในหลวงตรัสเรื่องนี้ว่า " วาเต็งเป็นคนซื่อตรง จึงขอแต่งตั้งให้วาเต็งเป็นเพื่อนของในหลวง " พร้อมทรงชวนให้เป๊าะและภรรยาเดินทางไปเที่ยวที่กรุงเทพฯ และเมื่อพระองค์เสด็จฯ มาสามจังหวัดก็จะเรียกให้เจ้าเฝ้าที่ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ทุกครั้ง

ต่อมาในหลวงทรงสงสารจึงมอบเงินให้เป๊าะครั้งละหลายหมื่นบาท หากไม่ได้เสด็จฯ มาก็ทรงฝากเงินมากับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทบทุกครั้ง  ล่าสุดในหลวงตรัสว่าให้วาเต็งหยุดทำงานได้แล้วเพราะแก่แล้ว อายุมากแล้ว ทรงเป็นห่วงสุขภาพวาเต็งกลัวว่าทำงานหนักจะไม่สบาย

เป๊าะก็นั่งทบทวนคำตรัสของพระองค์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มด้วยความภาคภูมิ กับคำว่า " พระสหายแห่งสายบุรี " นอกจากละหมาดขอพระผู้เป็นเจ้า เป๊าะยังเดินทางจาก จ. นราธิวาส มาเยี่ยมพระอาการประชวรของในหลวงถึง รพ.ศิริราช ด้วย

เป๊าะเต็งเป็น " แบบอย่าง " ของคนที่ซื่อสัตย์ เจียมเนื้อเจียมตัวและใช้จ่ายอย่างประหยัดเพราะต้องการทำตัวให้เป็นแบบอย่างตามพระราชดำรัสของในหลวงที่รู้จักกินรู้จักใช้ตามวิถีทางชุมขนชนบทกับเศรษฐกิจพอเพียงของชาวบ้านจนถึงทุกวันี้  อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ดีใจและปลาบปลื้มใจมากที่สุด คือ พระสหายแห่งสายบุรีได้มีโอกาสเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งในฐานะ " พระสหายแห่งสายบุรี " และ " ตัวแทนพี่น้องมุสลิม " ในสามจังหวัดชายแดนใต้ทุกคน 

 .........................................................................................

สุดท้ายนี้หนูขอให้ปู่วาเต็งแข็งแรงนะคะ  อยากบอกปู่ว่าหนูเป็นแฟนคลับคนหนึ่งของปู่เหมือนกัน  เห็นเรื่องของปู่ทีไรต้องอ่านด้วยความปลื้มใจทุกครั้ง

หมายเหตุ : ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคนที่ Forward e-mail นี้มาให้

                                                                                 

Comment

Comment:

Tweet